สร้างเว็บEngine by iGetWeb.com
Cart รายการสินค้า (0)

สั่งประกัน สำรองปิดกิจการ

(อ่าน 1395/ ตอบ 2)

108acc (Member)

จาก โพสต์ทูเดย์

คปภ. ออกคำสั่งให้บริษัทประกันวินาศภัยทุกแห่งต้องตั้งสำรองสินไหมกรณีบริษัทปิดกิจการในไตรมาสแรก

นายณัฐดนัย อินทรสุขศรี อุปนายกสมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้มีคำสั่งถึงบริษัทประกันวินาศภัยทุกแห่งให้ทำการตั้งสำรองค่าใช้จ่ายที่ จะเกิดขึ้นหลังจากบริษัทปิดกิจการในปี 2553 โดยภายในไตรมาสแรกจะต้องดำเนินการตั้งสำรองให้เสร็จสิ้น ซึ่งจะตั้งสำรองจากเบี้ยประกันภัยปี 2552 ต้องมีผู้ตรวจสอบบัญชีรับรอง และต้องผ่านการรับรองจากนักคณิตศาสตร์ประกันภัยว่ามีความเพียงพอกับความ เสี่ยง และทางคปภ.ก็จะตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ คำสั่งดังกล่าวทุกบริษัทต้องปฏิบัติตาม เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทมีเงินที่เพียงพอในการจะชำระค่าสินไหมทดแทนตามสัญญา ประกันภัยที่ยังมีผลคุ้มครองอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องรอกระบวนการยึดทรัพย์ขายทอดตลาดแล้วนำมาเฉลี่ยให้ลูกค้าเหมือนใน อดีตที่ผ่านมา ซึ่งเกิดความล่าช้าและทำให้ลูกค้าเดือดร้อน


“เป็นครั้งแรกของบริษัทประกันภัยที่จะต้องตั้งสำรองค่าใช้จ่ายกรณี ดังกล่าวเพิ่มขึ้นอีก เพราะหากบริษัทปิดกิจการไปแล้ว ฝ่ายการตลาด ฝ่ายบัญชี หรือฝ่ายบุคคลก็ปิด แต่ยังมีฝ่ายสินไหมทดแทนที่ต้องทำงานต่อ เพื่อให้ความคุ้มครองลูกค้าที่ยังมีกรมธรรม์กับบริษัทจนกว่าสัญญาจะหมดอายุ ความคุ้มครอง สิ่งเหล่านี้เป็นค่าใช้จ่ายที่บริษัทจะต้องคำนึงถึง และต้องตั้งสำรองให้เพียงพอ” นายณัฐดนัย กล่าว


นายณัฐดนัย กล่าวว่า ไม่สามารถให้คำตอบที่แน่ชัดว่าแต่ละบริษัทจะต้องตั้งสำรองค่าใช้จ่ายเหล่า นี้เพิ่มขึ้นในอัตราส่วนเท่าใด แต่จะขึ้นอยู่กับจำนวนกรมธรรม์และเบี้ยประกันภัยของบริษัท หากบริษัทใดมีลูกค้าจำนวนมากก็ต้องตั้งสำรองสูง ซึ่งผลการตั้งสำรองดังกล่าวจะทำให้ทรัพย์สินและกำไรของบริษัทลดลง และทำให้หนี้สินของบริษัทเพิ่มขึ้น


“หนี้สินที่เพิ่มขึ้น เพราะสัญญากรมธรรม์เป็นสิ่งที่บริษัทต้องรับผิดชอบ และต้องชดใช้สินไหมทดแทนให้ลูกค้า” นายณัฐดนัย กล่าว


นายประดิษฐ์ อภิวัฒน์ชาติ รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเนี่ยนอินเตอร์ประกันภัย กล่าวว่า ตั้งแต่ผู้ถือหุ้นใหม่ได้เข้าซื้อบริษัท ธนสินประกันภัย ที่ถูกสั่งปิดกิจการเมื่อวันที่ 13 มี.ค. 2550 ได้เพิ่มทุนจดทะเบียนใหม่เข้าไปทั้งสิ้น 550 ล้านบาท และทางคปภ.ได้สั่งให้เปิดดำเนินกิจการเมื่อเดือนส.ค. 2552 แต่บริษัทยังไม่สามารถชำระหนี้ที่ผูกพันอยู่กับบริษัทเดิมได้หมด จึงยังไม่สามารถขยายธุรกิจได้


ทั้งนี้ ได้ชำระหนี้ไปแล้วประมาณ 200 ล้านบาท จากเดิมที่หนี้ปรากฏในบัญชีบริษัทเดิมประมาณ 100 ล้านบาท เนื่องจากมีหนี้สินที่ไม่ปรากฏในบัญชี แต่เจ้าหนี้มีหลักฐานออกโดยบริษัท ทำให้ผู้ถือหุ้นใหม่ต้องรับผิดชอบ



ปชช

ประดิษฐ์มั่ว หนี้สินมีตามบัญชีทั้งนัาน  แต่อ่านบัญชีไม่เป็น

Page : 1
Lock Reply
view